OBJECTIVE GUIDE

App Promotion Facebook Ads

เข้าใจ App Promotion Facebook Ads ตั้งแต่การเพิ่ม App Install ความต่างระหว่าง Install กับ In-app Event ไปจนถึง CPI คุณภาพผู้ใช้ และการวัดผลหลังติดตั้ง

ภาพอธิบาย App Promotion Facebook Ads วัตถุประสงค์โฆษณาสำหรับเพิ่มการติดตั้งแอปและผลลัพธ์ภายในแอป
ภาพประกอบบทความ IB BUSINESS

App Promotion Facebook Ads คือวัตถุประสงค์โฆษณาสำหรับธุรกิจที่ต้องการโปรโมตแอป โดยมุ่งไปยังผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับการได้ผู้ใช้แอป เช่น การติดตั้ง หรือกิจกรรมภายในแอปตามการตั้งค่าและสัญญาณข้อมูลที่ระบบรองรับ

App Promotion จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการพาคนไปยังหน้า App Store หรือ Google Play แต่สามารถใช้กับผลลัพธ์ที่เกิดกับแอปโดยตรงตามรูปแบบการตั้งค่าที่รองรับ

สิ่งสำคัญคือ:

Install ≠ Active User

การที่ผู้ใช้ติดตั้งแอปสำเร็จยังไม่ได้หมายความว่าจะเปิดใช้งาน สมัครสมาชิก ใช้ฟีเจอร์สำคัญ หรือกลับมาใช้งานอีกครั้ง

และ:

จำนวน Install ≠ คุณภาพผู้ใช้

ดังนั้นการวัด App Promotion จากยอดติดตั้งเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากเป้าหมายจริงของธุรกิจอยู่หลังจากการติดตั้ง

สรุปสั้น ๆ: App Promotion เหมาะเมื่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการเกิดกับ Mobile App โดยตรง ไม่ใช่เพียงการพาผู้ใช้ไปยังหน้า Store

หากยังไม่แน่ใจว่า App Promotion อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับ Objective อื่น สามารถดูภาพรวมได้ที่ วัตถุประสงค์ Facebook Ads ทั้ง 6 แบบ

App Promotion Facebook Ads คืออะไร และใช้ทำอะไร?

App Promotion เป็น Campaign Objective ของ Meta Ads สำหรับผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับแอป เช่น การเพิ่มผู้ติดตั้งใหม่ หรือการส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดกิจกรรมบางอย่างภายในแอปตามสิ่งที่ระบบรองรับ

เมื่อสร้างแคมเปญ Objective จะกำหนดทิศทางหลักของผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่วน Performance Goal และข้อมูลเหตุการณ์ที่ระบบได้รับจากแอปตามการตั้งค่าที่รองรับ จะช่วยกำหนดว่าระบบควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์แบบใด

หลักสำคัญคือ:

App Promotion ควรถูกเลือกเมื่อผลลัพธ์ที่ต้องการเกิดกับแอป ไม่ใช่เพียงที่หน้า Store

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจต้องการ:

  • เพิ่มจำนวนผู้ติดตั้งใหม่
  • เพิ่มจำนวนผู้ใช้ที่เปิดแอป
  • เพิ่มการลงทะเบียน
  • เพิ่มการทำกิจกรรมบางอย่างภายในแอป
  • เพิ่มผู้ใช้ที่มีคุณค่าตามรูปแบบธุรกิจ

ผลลัพธ์ที่สามารถวัดหรือใช้ในการปรับการส่งโฆษณาได้จริง ขึ้นอยู่กับประเภทแอป ระบบปฏิบัติการ การเชื่อมต่อข้อมูล และตัวเลือกที่ Meta รองรับในขณะนั้น

App Install ต่างจาก In-app Event อย่างไร?

สองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์เดียวกัน

App Install คืออะไร?

App Install หมายถึงการที่ผู้ใช้ติดตั้งแอปลงบนอุปกรณ์สำเร็จ

การติดตั้งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการได้ผู้ใช้ใหม่ แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ใช้จะทำอะไรหลังจากนั้น

ผู้ติดตั้งอาจ:

  • เปิดแอปทันที
  • เปิดเพียงครั้งเดียว
  • สมัครบัญชี
  • เริ่มใช้งานฟีเจอร์
  • ลบแอปในภายหลัง
  • หรือไม่กลับมาใช้อีกเลย

ดังนั้น:

Install ≠ Active User

การได้ Install เป็นการตอบคำถามว่า:

“มีคนติดตั้งแอปกี่คน?”

แต่ยังไม่ได้ตอบว่า:

“คนเหล่านั้นใช้งานแอปอย่างมีคุณค่าหรือไม่?”

In-app Event คืออะไร?

In-app Event คือเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นภายในแอปหลังจากผู้ใช้ติดตั้งและเริ่มใช้งาน

ตัวอย่างอาจเป็น:

  • เปิดแอป
  • ลงทะเบียน
  • Sign-in
  • ทำ Onboarding สำเร็จ
  • เริ่ม Trial
  • ใช้ฟีเจอร์สำคัญ
  • ผ่านขั้นตอนหรือด่านสำคัญในเกม
  • ซื้อสินค้าหรือบริการภายในแอป

รายการเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง เหตุการณ์ที่สามารถวัดหรือใช้กับระบบโฆษณาได้จริงขึ้นอยู่กับการตั้งค่าแอป การเชื่อมต่อข้อมูล และสิ่งที่แพลตฟอร์มรองรับ

แต่ละแอปไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ Event เดียวกัน เพราะสิ่งที่มีคุณค่าต่อธุรกิจแตกต่างกัน

สำหรับแอปหนึ่ง การลงทะเบียนอาจเป็นเหตุการณ์สำคัญ ขณะที่อีกแอปอาจให้ความสำคัญกับการเริ่ม Trial หรือการกลับมาใช้งานซ้ำ

ดังนั้น App Install และ In-app Event ควรถูกมองเป็นคนละขั้นของเส้นทางผู้ใช้

App Promotion ไม่เหมือน Traffic ไป App Store อย่างไร?

หนึ่งในความเข้าใจที่พบได้บ่อยคือ:

ถ้าปลายทางเป็น App Store ก็ใช้ Traffic ได้เหมือนกันหรือไม่?

คำตอบขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการจริง

Traffic เน้นการพาผู้ใช้ไปยังปลายทาง ขณะที่ App Promotion มุ่งไปยังผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับแอปตามรูปแบบที่ระบบรองรับ

หลักที่ช่วยแยกได้ง่ายคือ:

Store Visit ≠ App Install

การที่ผู้ใช้เข้า App Store, Google Play หรือปลายทางสำหรับติดตั้งแอปที่ระบบรองรับ ไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้งแอป

และ:

App Install ≠ Valuable User

การติดตั้งก็ยังไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้นั้นจะสร้างคุณค่าให้กับแอปต่อ

ถ้าเป้าหมายหลักคือเพียงการพาคนไปยังปลายทาง สามารถศึกษา Traffic Facebook Ads เพื่อดูว่า Traffic ตรงกับโจทย์มากกว่าหรือไม่

แต่ถ้าเป้าหมายคือการเพิ่มผู้ใช้แอป หรือผลลัพธ์ที่เกิดภายในแอปและระบบรองรับการวัดผลนั้น App Promotion จะตรงกับเจตนาของแคมเปญมากกว่า

App Promotion Facebook Ads เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

App Promotion เหมาะกับธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่มี Mobile App เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ผู้ใช้

ตัวอย่างเช่น:

  • แอปที่เพิ่งเปิดตัวและต้องการผู้ใช้ใหม่
  • Mobile Game ที่ต้องการเพิ่มฐานผู้เล่น
  • Subscription App ที่ต้องการผู้ใช้เข้าสู่ Trial หรือสมัครใช้งาน
  • Utility App ที่ต้องการเพิ่มผู้ใช้งาน
  • Marketplace App ที่ต้องการเพิ่มผู้ใช้งานฝั่งซื้อหรือขาย
  • Fintech หรือ Service App ที่ต้องการให้ผู้ใช้ลงทะเบียนและใช้งาน
  • แอปที่ต้องการวัดผลสำคัญหลังจากการติดตั้ง

สิ่งที่สถานการณ์เหล่านี้มีร่วมกันคือ:

คุณค่าของแคมเปญไม่ได้จบแค่ที่หน้า Store

แต่ยังมีสิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำต่อหลังจากติดตั้ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจที่มีแอปต้องใช้ App Promotion เสมอไป

Objective ควรถูกเลือกจากผลลัพธ์ที่ต้องการจริง ไม่ใช่เพียงเพราะสินค้าที่โปรโมตคือ Mobile App

จำนวน Install เยอะ ไม่ได้หมายความว่าได้ผู้ใช้คุณภาพ

ยอด Install เป็นตัวเลขที่เห็นได้ง่ายและเข้าใจง่าย แต่จำนวนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกคุณภาพของผู้ใช้ที่ได้จากแคมเปญ

หลักสำคัญคือ:

Install Volume ≠ User Quality

สมมติว่าแคมเปญหนึ่งสร้างได้ 10,000 Installs ขณะที่อีกแคมเปญสร้างได้ 5,000 Installs

หากดูเฉพาะจำนวน แคมเปญแรกอาจดูดีกว่า

แต่ถ้าผู้ใช้จากแคมเปญที่สอง:

  • เปิดแอปมากกว่า
  • สมัครบัญชีมากกว่า
  • ใช้งานฟีเจอร์สำคัญมากกว่า
  • กลับมาใช้งานซ้ำมากกว่า
  • ทำ In-app Event ที่ธุรกิจให้ความสำคัญมากกว่า

ผู้ใช้ที่มีจำนวนน้อยกว่าก็อาจสร้างคุณค่าต่อแอปได้มากกว่า

ดังนั้นคำถามไม่ควรมีเพียง:

“ได้ Install มากแค่ไหน?”

แต่ควรถามต่อว่า:

“ผู้ใช้ที่ติดตั้งทำอะไรหลังจากนั้น?”

นี่คือจุดที่ทำให้การวัดผล App Promotion ไม่ควรหยุดอยู่ที่ยอดติดตั้งเพียงอย่างเดียว

CPI คืออะไร และทำไม CPI ต่ำไม่ได้แปลว่าแคมเปญดีเสมอไป?

CPI หรือ Cost per Install คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ใช้เพื่อสร้าง App Install หนึ่งครั้ง

คำนวณอย่างง่ายได้จาก:

CPI = ค่าโฆษณา ÷ จำนวน Installs

ตัวอย่างเช่น หากใช้ค่าโฆษณา 15,000 บาท และได้ 500 Installs

CPI จะเท่ากับ:

15,000 ÷ 500 = 30 บาทต่อ Install

CPI ช่วยให้ธุรกิจเห็นว่ากำลังจ่ายเฉลี่ยเท่าไรเพื่อสร้างการติดตั้งหนึ่งครั้ง

แต่ CPI ตอบได้เพียง:

“เราจ่ายเท่าไรเพื่อได้ Install?”

มันยังไม่ได้ตอบว่า:

“ผู้ติดตั้งเหล่านั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน?”

ดังนั้น:

CPI ต่ำ ≠ User Quality สูง

ตัวอย่างเช่น แคมเปญ A มี CPI 25 บาท ส่วนแคมเปญ B มี CPI 40 บาท

หากดูแค่ต้นทุน แคมเปญ A ดูดีกว่า

แต่ถ้าผู้ใช้จากแคมเปญ B เปิดแอป ลงทะเบียน หรือทำเหตุการณ์สำคัญภายในแอปในสัดส่วนที่สูงกว่า แคมเปญ B ก็อาจสร้างคุณค่าต่อธุรกิจได้มากกว่า

เพราะฉะนั้น CPI ควรถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัด ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ตัดสินคุณภาพทั้งหมดของ App Campaign

User Acquisition ไม่ได้จบตอน Install

การได้ผู้ติดตั้งใหม่เป็นเพียงหนึ่งขั้นของการเติบโตของแอป

เส้นทางตัวอย่างอาจเป็น:

Ad → Store → Install → Open → Activate → Retain → Value

ลำดับนี้เป็นเพียงกรอบคิด ไม่ใช่ Funnel ที่ทุกแอปต้องใช้เหมือนกัน

แต่ละธุรกิจอาจมีเส้นทางต่างกัน เช่น:

  • Install → Register
  • Install → Start Trial
  • Install → Complete Tutorial
  • Install → Use Core Feature
  • Install → Purchase
  • Install → Return and Use Again

สิ่งสำคัญคือธุรกิจต้องรู้ว่า:

หลังจาก Install แล้ว ผู้ใช้ควรทำอะไรต่อจึงจะถือว่ามีคุณค่า?

หากไม่มีคำตอบ การเพิ่มจำนวน Install เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้ผู้ใช้จำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ใช้เหล่านั้นช่วยให้แอปเติบโตจริงหรือไม่

ดังนั้น:

User Acquisition ไม่ได้จบตอน Install

การได้ผู้ใช้ใหม่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวัดคุณภาพผู้ใช้

วัดผล App Promotion Facebook Ads ควรดูอะไร?

การวัด App Promotion ควรเริ่มจากผลลัพธ์ที่แคมเปญต้องการจริง

หากเป้าหมายคือเพิ่มผู้ติดตั้งใหม่ ตัวชี้วัดพื้นฐานอาจเป็น:

  • App Installs — จำนวนการติดตั้ง
  • CPI — ต้นทุนเฉลี่ยต่อ Install

แต่ถ้าเป้าหมายทางธุรกิจอยู่หลังการติดตั้ง ควรพิจารณาตัวชี้วัดเพิ่มเติมตามรูปแบบของแอป เช่น:

  • App Open / Activation
  • Registration
  • Relevant In-app Event
  • Trial Start
  • Retention
  • Cost per Meaningful Event

รายการเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการวัดผลเชิงธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวจะเป็น Metric มาตรฐานหรือมีรายงานพร้อมใช้งานใน Ads Manager ทุกกรณี

บางตัวชี้วัดอาจต้องอาศัยข้อมูลจากระบบ Analytics, Mobile Measurement Partner (MMP) หรือระบบหลังบ้านของแอป ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการวัดผลที่ใช้งาน

แอปเกมอาจให้ความสำคัญกับผู้เล่นที่ผ่าน Tutorial หรือกลับมาเล่นซ้ำ ขณะที่ Subscription App อาจสนใจ Trial Start และ Marketplace อาจให้ความสำคัญกับการสมัครบัญชีหรือกิจกรรมหลักบางอย่าง

สิ่งสำคัญคือ:

Install เป็นจุดเริ่มต้นของการวัด ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดจบ

Tracking สำคัญกับ App Promotion อย่างไร?

ถ้าธุรกิจต้องการรู้เพียงจำนวน Install ความต้องการด้านข้อมูลย่อมต่างจากธุรกิจที่ต้องการวัดสิ่งที่ผู้ใช้ทำหลังจากติดตั้ง

หากต้องการวัดหรือให้ระบบปรับการส่งโฆษณาไปยังผลลัพธ์หลัง Install ที่รองรับ จำเป็นต้องมีสัญญาณข้อมูลของเหตุการณ์นั้นให้ระบบสามารถนำไปใช้ได้

ข้อมูลเหตุการณ์อาจถูกส่งผ่าน SDK ระบบวัดผล หรือการเชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ที่รองรับ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแอป แพลตฟอร์ม และวิธีที่ Meta รองรับในขณะนั้น

เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องจำรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด แต่ควรเข้าใจหลักว่า:

ถ้าต้องการวัดหรือให้ระบบเรียนรู้จากผลลัพธ์หลัง Install ต้องมีข้อมูลที่บอกได้ว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจมองว่าการลงทะเบียนเป็นกิจกรรมสำคัญ แต่ไม่มีระบบที่สามารถวัด Registration ได้ การประเมินว่าผู้ใช้จากโฆษณามีคุณภาพเพียงใดก็จะทำได้ยากขึ้น

ทำไมได้ Install เยอะ แต่คนไม่ใช้งานแอป?

เมื่อแคมเปญสร้าง Install ได้จำนวนมาก แต่ผู้ใช้ไม่เปิดแอปหรือไม่เกิดกิจกรรมที่มีคุณค่า ปัญหาอาจเกิดได้หลายจุด

ไม่ควรสรุปทันทีว่าโฆษณาไม่มีประสิทธิภาพโดยไม่ตรวจสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง Install

โฆษณาดึงคนที่สนใจดาวน์โหลด แต่ไม่ตรงกับคุณค่าของแอป

เนื้อหาและข้อความโฆษณาอาจดึงดูดให้ผู้ใช้ติดตั้งได้ แต่ถ้าความคาดหวังจากโฆษณาไม่ตรงกับประสบการณ์จริง ผู้ใช้อาจไม่ใช้งานต่อ

คำถามจึงไม่ควรมีเพียง:

“ทำอย่างไรให้คนติดตั้งมากขึ้น?”

แต่ต้องถามว่า:

“กำลังดึงคนแบบไหนเข้ามาใช้แอป?”

หน้ารายละเอียดแอปกับประสบการณ์จริงไม่ตรงกัน

ภาพ ตัวอย่าง และคำอธิบายบนหน้า Store อาจสร้างความคาดหวังบางอย่าง แต่เมื่อเปิดแอปแล้วประสบการณ์จริงอาจแตกต่างออกไป

ผู้ใช้จึงสามารถติดตั้งแอปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพบคุณค่าที่คาดหวังหลังเริ่มใช้งาน

Onboarding หรือประสบการณ์หลังติดตั้งมีปัญหา

บางแอปได้ผู้ใช้ตรงกลุ่มแล้ว แต่สูญเสียผู้ใช้หลังเปิดแอปเพราะ:

  • ขั้นตอนเริ่มต้นซับซ้อน
  • สมัครสมาชิกยาก
  • ไม่เข้าใจว่าจะเริ่มใช้งานอย่างไร
  • แอปทำงานช้า
  • ฟีเจอร์สำคัญหาได้ยาก
  • ผู้ใช้ยังไม่เห็นคุณค่าของแอปเร็วพอ

ในกรณีนี้ การลด CPI หรือเพิ่มงบเพื่อหา Install ใหม่อาจไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง

กำลังตัดสินแคมเปญจาก Install อย่างเดียว

ถ้ามองเพียง Install อาจไม่เห็นว่าผู้ใช้หลุดออกจากเส้นทางตรงไหน

ต้องแยกให้ได้ว่า:

  • ได้ Install ไม่เพียงพอ
  • Install ได้แต่ไม่เปิดแอป
  • เปิดแล้วแต่ยังไม่เกิดกิจกรรมสำคัญ
  • เริ่มใช้งานแล้วแต่ไม่กลับมาใช้
  • หรือผู้ใช้ใช้งานแต่ไม่เกิด Event ที่ธุรกิจให้ความสำคัญ

หลักสำคัญคือ:

การได้ Install เป็นปัญหาหนึ่ง การทำให้ผู้ใช้เกิดคุณค่าเป็นอีกปัญหาหนึ่ง

การแก้สองเรื่องนี้อาจต้องใช้วิธีที่ต่างกัน

เมื่อไร App Promotion อาจไม่ใช่ Objective ที่ตรงที่สุด?

App Promotion มีประโยชน์เมื่อผลลัพธ์ที่ต้องการเกี่ยวข้องกับ Mobile App โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกแคมเปญที่พูดถึงแอป

ก่อนเลือกควรถามว่า:

“ผลลัพธ์ที่ต้องการจริงเกิดที่ไหน?”

ถ้าต้องการเพียงพาคนไปยังปลายทาง

ถ้าเป้าหมายคือการพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์หรือปลายทาง โดยไม่ได้ต้องการให้ระบบมุ่งไปยัง App Install หรือ App Event ที่รองรับโดยตรง สามารถศึกษา Traffic Facebook Ads เพื่อแยกเป้าหมายให้ชัด

ถ้าต้องการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแอป

บางแคมเปญอาจมีเป้าหมายเพียงทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแอปมากขึ้น โดยไม่ได้วัดความสำเร็จจาก Install ในทันที

ในกรณีนี้ควรเลือก Objective จากผลลัพธ์ที่ต้องการจริง ไม่ใช่เพียงเพราะสินค้าที่โปรโมตคือ Mobile App

ถ้าเป้าหมายหลักคือ Purchase หรือ Conversion

บางธุรกิจอาจมีเส้นทางที่ผลลัพธ์สำคัญคือ Purchase หรือ Conversion มากกว่าการได้ผู้ใช้ใหม่ของแอป

ในกรณีนี้ควรศึกษา Sales Facebook Ads และพิจารณา Objective ตามผลลัพธ์ปลายทางที่ธุรกิจต้องการจริง

สิ่งสำคัญคือ:

อย่าเลือก App Promotion เพียงเพราะปลายทางเป็นแอป หากผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการจริงเป็นคนละเรื่อง

เช็กให้ชัดก่อนเลือก App Promotion

ก่อนสร้าง App Promotion Campaign ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

1. ต้องการ Install หรือผลลัพธ์หลัง Install?

ถ้าต้องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตั้ง เป้าหมายการวัดผลอาจต่างจากแคมเปญที่ให้ความสำคัญกับ Registration, Trial หรือ In-app Event หลังติดตั้ง

2. ผู้ใช้แบบไหนถือว่ามีคุณค่าต่อแอป?

ต้องนิยามให้ชัดว่าผู้ใช้ที่ดีสำหรับแอปคือใคร เช่น ผู้ที่ติดตั้ง เปิดแอป สมัครบัญชี ใช้ฟีเจอร์หลัก หรือกลับมาใช้งานซ้ำ

คำตอบขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและบทบาทของแอป

3. แอปสามารถวัด Event ที่สำคัญได้หรือไม่?

ถ้าไม่สามารถวัดเหตุการณ์ที่ธุรกิจให้ความสำคัญได้ การประเมินคุณภาพของผู้ใช้หลัง Install จะทำได้ยากขึ้น

ระบบวัดผลจึงควรถูกเตรียมให้สัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ต้องการติดตาม

4. จะประเมินแคมเปญจาก CPI หรือผลลัพธ์หลัง Install ด้วย?

CPI เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ แต่ถ้าคุณค่าของธุรกิจเกิดหลัง Install การวัดผลก็ควรเดินต่อไปให้ถึงจุดนั้น

คำถามสำคัญที่สุดคือ:

“เราต้องการแค่ Install หรือกำลังต้องการผู้ใช้ที่ทำบางอย่างต่อหลังจากติดตั้ง?”

สรุป: App Growth ไม่ได้จบที่จำนวน Install

App Promotion Facebook Ads เหมาะเมื่อธุรกิจต้องการผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับ Mobile App โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งหรือกิจกรรมหลังติดตั้งที่ระบบรองรับ

แต่:

Install ≠ Active User

และ:

จำนวน Install ≠ คุณภาพผู้ใช้

ดังนั้น CPI และจำนวน Install ควรถูกมองร่วมกับสิ่งที่ผู้ใช้ทำหลังจากนั้น เมื่อคุณค่าของธุรกิจเกิดหลังการติดตั้ง

เส้นทางตัวอย่างคือ:

Ad → Store → Install → Open → Activate → Retain → Value

นี่ไม่ใช่ Funnel บังคับ แต่เป็นกรอบคิดสำหรับมองต่อจากการได้ผู้ติดตั้งไปถึงคุณค่าที่ผู้ใช้สร้างให้กับแอป

ท้ายที่สุด App Promotion มีคุณค่าเมื่อธุรกิจไม่ได้เพียงทำให้คนติดตั้งแอป แต่สามารถวัดได้ว่าผู้ใช้เหล่านั้นทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อแอปต่อหรือไม่

LET'S TALK BUSINESS

ต้องการตรวจสอบ
รายละเอียดเพิ่มเติม?

สอบถามสินค้า บริการ และเงื่อนไขกับทีมงานผ่าน LINE Official Account

LINEติดต่อทีม IB→