OBJECTIVE GUIDE

Awareness Facebook Ads

รู้จัก Awareness Facebook Ads ตั้งแต่ความหมาย การใช้งาน Reach, Impressions และการวัดผล ไปจนถึงสถานการณ์ที่ควรและไม่ควรเลือกใช้

ภาพอธิบาย Awareness Facebook Ads วัตถุประสงค์โฆษณาสำหรับสร้างการรับรู้ การเข้าถึง และการจดจำ
ภาพประกอบบทความ IB BUSINESS

Awareness Facebook Ads คือวัตถุประสงค์โฆษณาสำหรับแคมเปญที่ต้องการสร้างการรับรู้ ให้กลุ่มเป้าหมายเห็นหรือจดจำแบรนด์ สินค้า บริการ หรือข้อความที่ธุรกิจต้องการสื่อสาร

Awareness ไม่ได้มีหน้าที่เหมือน Traffic ที่เน้นพาคนไปยังปลายทาง หรือ Sales ที่มุ่งไปยัง Conversion และยอดขายโดยตรง การเลือก Awareness จึงควรเริ่มจากคำถามว่า:

“เป้าหมายหลักของแคมเปญนี้คือการสร้างการรับรู้จริงหรือไม่?”

หากคำตอบคือใช่ Awareness อาจเป็น Objective ที่เหมาะสม แต่การวัดผลต้องสอดคล้องกับเป้าหมายด้วย เพราะจำนวนคนเห็นโฆษณา จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง และการจดจำโฆษณา ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน

สรุปสั้น ๆ: Awareness เหมาะเมื่อเป้าหมายหลักคือทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้หรือจดจำสิ่งที่ธุรกิจต้องการสื่อสาร ไม่ใช่เพียงต้องการคลิก การมีส่วนร่วม หรือยอดขายทันที

หากยังไม่แน่ใจว่า Awareness อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับ Objective อื่น สามารถดูภาพรวมได้ที่ วัตถุประสงค์ Facebook Ads ทั้ง 6 แบบ

Awareness Facebook Ads คืออะไร และระบบพยายามสร้างผลลัพธ์แบบไหน?

Awareness เป็นหนึ่งใน Campaign Objectives ของ Meta Ads ที่ใช้กับเป้าหมายด้านการรับรู้

เมื่อตั้งแคมเปญ การเลือก Objective เป็นการกำหนดทิศทางหลักว่าธุรกิจต้องการผลลัพธ์ประเภทใด จากนั้นการตั้งค่าภายในแคมเปญจะช่วยระบุให้ละเอียดขึ้นว่าระบบควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์แบบใด

เพราะเหตุนี้ การอธิบายว่า “เลือก Awareness แล้ว Facebook จะพยายามให้โฆษณาเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุดเสมอ” จึงง่ายเกินไป

ผลลัพธ์ที่ระบบให้ความสำคัญยังขึ้นอยู่กับ Performance Goal และการตั้งค่าอื่นที่รองรับในแคมเปญนั้นด้วย

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเปิดตัวแบรนด์ใหม่และต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเริ่มรู้จักชื่อแบรนด์ มีเป้าหมายต่างจากร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ทันที แม้ทั้งสองธุรกิจจะใช้โฆษณาบนแพลตฟอร์มเดียวกันก็ตาม

ดังนั้น Awareness ควรถูกมองว่าเป็น เครื่องมือสำหรับเป้าหมายด้านการรับรู้ ไม่ใช่ Objective ที่เลือกเพียงเพราะต้องการให้โฆษณาเข้าถึงคนจำนวนมากหรือต้นทุนการแสดงผลดูต่ำ

การรับรู้ไม่ได้มีแค่ยอด Reach

เวลาพูดถึง Awareness หลายคนจะนึกถึง Reach เป็นอันดับแรก แต่การวัดผลด้านการรับรู้ไม่ได้มีเพียงตัวเลขเดียว

อย่างน้อยควรแยกให้ออกระหว่าง Reach, Impressions และการจดจำโฆษณา เพราะแต่ละอย่างตอบคำถามคนละแบบ

Reach คืออะไร?

Reach ใช้บอกจำนวนคนหรือบัญชีที่โฆษณาเข้าถึงในช่วงเวลาที่วัดผล

พูดให้ง่ายคือ หากคนเดิมเห็นโฆษณาหลายครั้ง จำนวน Reach ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่เห็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะ Reach มุ่งตอบคำถามว่า:

“โฆษณานี้เข้าถึงคนไปมากแค่ไหน?”

Reach จึงมีประโยชน์เมื่อธุรกิจต้องการประเมินขนาดของกลุ่มที่ได้รับการสื่อสารจากแคมเปญ

แต่ Reach สูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าคนเหล่านั้นสนใจ จดจำ หรือจะซื้อสินค้าจากธุรกิจ

Impressions คืออะไร?

Impressions คือจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง

จุดที่แตกต่างจาก Reach คือ คนเดิมสามารถสร้าง Impressions ได้มากกว่าหนึ่งครั้งหากเห็นโฆษณาซ้ำ

ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้คนหนึ่งเห็นโฆษณาเดียวกันสามครั้ง การแสดงผลเหล่านั้นสามารถเพิ่มจำนวน Impressions หลายครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีผู้ชมใหม่สามคน

ดังนั้น Reach กับ Impressions จึงไม่ควรถูกใช้แทนกัน

  • Reach ช่วยตอบว่า เข้าถึงคนจำนวนเท่าไร
  • Impressions ช่วยตอบว่า โฆษณาถูกแสดงรวมกี่ครั้ง

เมื่อดูสองตัวเลขร่วมกัน จะช่วยให้เข้าใจการกระจายและความถี่ในการมองเห็นโฆษณาได้มากกว่าการดูตัวชี้วัดใดตัวชี้วัดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

การเห็นโฆษณา กับการจดจำโฆษณา ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

นี่เป็นจุดสำคัญของการทำ Awareness

การที่โฆษณาปรากฏต่อหน้าผู้ใช้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะจดจำชื่อแบรนด์ ข้อเสนอ หรือข้อความที่ต้องการสื่อได้โดยอัตโนมัติ

คนหนึ่งอาจเห็นโฆษณาแต่เลื่อนผ่านทันที ขณะที่อีกคนอาจหยุดดู เข้าใจข้อความ และจดจำแบรนด์ได้

ดังนั้น การมองเห็นเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการสร้างการรับรู้ แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าการจดจำเกิดขึ้นแล้ว

ตัวเลือกการปรับประสิทธิภาพและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับ Awareness อาจแตกต่างกันตามประเภทแคมเปญ การตั้งค่า และสิ่งที่ Meta รองรับในขณะนั้น

สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่เลือกตัวชี้วัดเพราะชื่อดูเกี่ยวข้องกับ Awareness แต่ต้องเริ่มจากสิ่งที่ธุรกิจต้องการให้เกิดขึ้นจริง แล้วเลือกการตั้งค่าและวิธีวัดผลให้สัมพันธ์กับเป้าหมายนั้น

Awareness เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน?

Awareness เหมาะกับสถานการณ์ที่ การรับรู้เป็นผลลัพธ์หลักของแคมเปญ ไม่ใช่เพียงขั้นตอนที่หวังว่าจะเกิดขึ้นระหว่างทาง

ตัวอย่างหนึ่งคือ แบรนด์หรือธุรกิจใหม่ ที่กลุ่มเป้าหมายยังไม่รู้จัก หากธุรกิจต้องการนำชื่อแบรนด์ จุดเด่น หรือสินค้าไปอยู่ต่อหน้าคนที่เกี่ยวข้อง Awareness สามารถทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารได้

อีกกรณีคือ การเปิดตัวสินค้า บริการ หรือแคมเปญใหม่ ซึ่งเป้าหมายช่วงแรกอาจเป็นการทำให้ตลาดรับรู้ว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้น ก่อนพาผู้สนใจไปยังขั้นตอนอื่น

ธุรกิจในพื้นที่ก็สามารถใช้ Awareness ได้ เช่น ร้านหรือบริการที่ต้องการสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ให้บริการ

Awareness ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้าที่มีหลายขั้นตอนได้ เช่น ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์ก่อน แล้วจึงใช้แคมเปญอื่นรองรับเป้าหมายในขั้นถัดไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ทุกธุรกิจต้องเริ่มต้นด้วย Awareness หรือทุกแผนการตลาดจำเป็นต้องมี Awareness Campaign เสมอ

หากธุรกิจมีเป้าหมายอื่นที่ชัดเจนกว่าและสามารถวัดผลได้โดยตรง Objective อื่นอาจเหมาะสมกว่า

Awareness ไม่ได้เหมาะกับทุกเป้าหมาย

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้คือการเลือก Awareness เพราะต้องการ “ให้โฆษณาไปถึงคนเยอะ ๆ” ทั้งที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วิธีเลือกที่เหมาะกว่าคือเริ่มจากสิ่งที่ต้องการให้ผู้ใช้ทำหลังจากเห็นโฆษณา

ถ้าเป้าหมายหลักคือพาคนเข้าเว็บไซต์

หากสิ่งที่ธุรกิจต้องการวัดคือการพาคนจากโฆษณาไปยังเว็บไซต์ บทความ หรือ Landing Page เป้าหมายนั้นแตกต่างจากการสร้างการรับรู้

ในกรณีนี้ควรศึกษา Traffic Facebook Ads และเปรียบเทียบว่า Objective ใดสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ต้องการมากกว่า

ถ้าเป้าหมายหลักคือให้คนมีส่วนร่วมหรือเริ่มบทสนทนา

หากต้องการการตอบสนอง การมีส่วนร่วม หรือผลลัพธ์อื่นที่อยู่ภายใต้ Engagement การเลือก Awareness เพียงเพราะต้องการให้คน “สนใจโฆษณา” อาจไม่ตรงกับเป้าหมาย

สามารถศึกษา Engagement Facebook Ads เพื่อดูว่าเป้าหมายที่ต้องการตรงกับ Objective นั้นมากกว่าหรือไม่

ถ้าเป้าหมายหลักคือยอดขาย

หากธุรกิจมีเว็บไซต์ ระบบวัดผล และต้องการ Purchase หรือ Conversion ที่ชัดเจน การเลือก Objective ควรสัมพันธ์กับผลลัพธ์ปลายทางนั้น

Awareness สามารถมีบทบาทในเส้นทางก่อนเกิดการซื้อได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Awareness เป็น Objective สำหรับสร้างยอดขายโดยตรง

หลักคิดง่าย ๆ คือ:

อย่าเลือก Awareness เพราะตัวเลข Reach หรือ CPM ดูน่าสนใจ หากสิ่งที่ธุรกิจต้องการจริงคือผลลัพธ์อีกประเภทหนึ่ง

วัดผล Awareness Facebook Ads ควรดูอะไร?

ไม่มีตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวที่ตอบได้ว่า Awareness Campaign “ดี” หรือ “ไม่ดี” ในทุกสถานการณ์

สิ่งที่ควรดูขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแคมเปญ การตั้งค่า และผลลัพธ์ที่ต้องการให้ระบบให้ความสำคัญ

ตัวชี้วัดที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่:

  • Reach — โฆษณาเข้าถึงคนหรือบัญชีจำนวนเท่าไร
  • Impressions — โฆษณาถูกแสดงทั้งหมดกี่ครั้ง
  • Frequency — โดยเฉลี่ยกลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณากี่ครั้ง
  • CPM — ต้นทุนต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง ใช้ประกอบการดูต้นทุนในการนำโฆษณาไปแสดง
  • ตัวชี้วัดด้านการจดจำโฆษณา — เมื่อการตั้งค่าและระบบรายงานของ Meta รองรับ

สิ่งสำคัญคืออย่าแปลตัวชี้วัดโดยแยกออกจากเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น CPM ต่ำอาจหมายความว่าสามารถซื้อการแสดงผลได้ในต้นทุนที่ต่ำลง แต่ ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าแบรนด์ถูกจดจำมากขึ้น หรือแคมเปญสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น

เช่นเดียวกับ Reach สูง หากชิ้นงานโฆษณาสื่อสารไม่ชัด ผู้ชมเห็นแต่ไม่เข้าใจว่าแบรนด์คือใครหรือกำลังนำเสนออะไร การเข้าถึงจำนวนมากก็อาจไม่ได้สร้างคุณค่าเท่าที่คาดหวัง

การประเมิน Awareness จึงควรดูทั้ง เป้าหมาย การตั้งค่า การนำส่ง ตัวชี้วัด และคุณภาพของการสื่อสาร ร่วมกัน

ไม่ควรตัดสินจากตัวเลขที่ดูดีที่สุดเพียงตัวเดียว

Awareness ช่วยสร้างยอดขายได้ไหม?

Awareness สามารถมีบทบาทในเส้นทางก่อนเกิดการซื้อได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Awareness เป็น Objective สำหรับสร้างยอดขายโดยตรง

ลูกค้าบางคนอาจไม่ได้ซื้อทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นธุรกิจ การเคยเห็นหรือรู้จักแบรนด์มาก่อนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจก่อนเกิดการค้นหา การกลับมาเยี่ยมชม การสอบถาม หรือการซื้อในภายหลัง

นี่คือเหตุผลที่ Awareness สามารถมีคุณค่า แม้ Purchase จะไม่ใช่ผลลัพธ์หลักของแคมเปญนั้น

แต่ในทางกลับกัน ไม่ควรสรุปว่า Awareness ทำงานดีเพียงเพราะ “ยอดขายอาจเกิดทีหลัง” โดยไม่วัดผลอะไรเลย

ธุรกิจควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่า Awareness Campaign ต้องการสร้างผลลัพธ์อะไร และใช้ตัวชี้วัดที่สัมพันธ์กับเป้าหมายนั้น

เช่นเดียวกัน การนำ ROAS หรือยอด Purchase มาเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสิน Awareness Campaign อาจไม่สะท้อนหน้าที่ของแคมเปญ หากไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับ Purchase ตั้งแต่แรก

ดังนั้นคำถามที่เหมาะกว่าคือ:

“Awareness Campaign ทำหน้าที่ที่เราตั้งใจให้มันทำได้หรือไม่?”

ถ้าต้องการการรับรู้ ให้วัดการรับรู้และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง

ถ้าต้องการยอดขายโดยตรง ก็ควรเลือกโครงสร้างแคมเปญและวิธีวัดผลให้สัมพันธ์กับยอดขายตั้งแต่ต้น

ทำไมบทความเก่าถึงพูดถึง Brand Awareness และ Reach แยกกัน?

หากค้นหาข้อมูล Facebook Ads จากบทความหรือวิดีโอเก่า อาจพบคำว่า Brand Awareness และ Reach ถูกอธิบายเป็น Campaign Objectives แยกกัน

สาเหตุคือ Meta Ads เคยใช้โครงสร้าง Objective ที่แตกต่างจากปัจจุบัน

ในระบบรุ่นเก่า ผู้ลงโฆษณาอาจคุ้นกับ Objective หลายรายการ เช่น Brand Awareness, Reach, Traffic, Engagement, Video Views, Lead Generation, Conversions และ Catalog Sales

ต่อมา Meta ปรับโครงสร้าง Campaign Objectives และรวมเป้าหมายหลายส่วนเข้ามาอยู่ภายใต้ Objective หลักชุดใหม่

ดังนั้นหากเห็นคู่มือเก่าบอกให้เลือก “Reach Objective” หรือ “Brand Awareness Objective” ไม่จำเป็นต้องสรุปทันทีว่าข้อมูลนั้นผิดทั้งหมด แต่ควรดูว่าเนื้อหานั้นอ้างอิง Ads Manager ในช่วงเวลาใด

สำหรับการตั้งแคมเปญในปัจจุบัน ควรยึด ตัวเลือกที่ปรากฏใน Meta Ads Manager และเอกสารล่าสุดของ Meta เป็นหลัก เพราะชื่อ Performance Goal ตัวเลือกการปรับประสิทธิภาพ และรายละเอียดของระบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ก่อนเลือก Awareness ให้ถามตัวเอง 3 คำถาม

ก่อนสร้าง Awareness Campaign ลองตอบสามคำถามนี้ให้ชัดเจน

1. เป้าหมายหลักของแคมเปญคือการรับรู้จริงหรือไม่?

หากต้องการให้คนรู้จักแบรนด์ เห็นข้อความสำคัญ หรือรับรู้ว่ามีสินค้า บริการ หรือแคมเปญใหม่ Awareness มีเหตุผลรองรับ

แต่ถ้าคำตอบจริงคือ “ต้องการคนเข้าเว็บไซต์” “ต้องการ Lead” หรือ “ต้องการยอดขาย” ควรกลับไปพิจารณา Objective ที่สัมพันธ์กับผลลัพธ์นั้นมากกว่า

2. ต้องการวัดการรับรู้ในรูปแบบไหน?

คำว่า Awareness กว้างเกินไปหากไม่มีนิยามของตัวเอง

ธุรกิจควรรู้ก่อนว่าต้องการวัดการเข้าถึง การแสดงผล หรือการจดจำในรูปแบบใด จากนั้นจึงเลือกการตั้งค่าและตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย

3. หลังจากคนเห็นโฆษณาแล้ว ขั้นต่อไปคืออะไร?

Awareness ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากเป้าหมายธุรกิจทั้งหมด

หลังจากกลุ่มเป้าหมายเริ่มรู้จักแบรนด์แล้ว ธุรกิจควรรู้ว่าต้องการพาพวกเขาไปทางไหนต่อ เช่น เข้าเว็บไซต์ ศึกษาข้อมูล ติดต่อธุรกิจ หรือพิจารณาซื้อในอนาคต

การรู้ขั้นตอนต่อไปช่วยให้ Awareness เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาด ไม่ใช่เพียงการซื้อ Reach แล้วจบแคมเปญ

สรุป: Awareness เหมาะเมื่อเป้าหมายคือการรับรู้ ไม่ใช่เพียงอยากให้โฆษณาถูกลง

Awareness Facebook Ads เป็น Objective สำหรับเป้าหมายด้านการรับรู้ เหมาะเมื่อธุรกิจต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเห็น รู้จัก หรือจดจำแบรนด์ สินค้า บริการ หรือข้อความที่ต้องการสื่อสาร

แต่การทำ Awareness ไม่ได้หมายถึงการไล่หา Reach ให้สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

Reach บอกขนาดของกลุ่มที่เข้าถึง Impressions บอกจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง ส่วนการเห็นโฆษณาก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชมจะจดจำแบรนด์ได้โดยอัตโนมัติ

ก่อนเลือก Awareness จึงควรเริ่มจากเป้าหมายธุรกิจ เลือกการตั้งค่าให้สัมพันธ์กับเป้าหมายนั้น และวัดผลด้วยตัวชี้วัดที่ตอบคำถามที่ต้องการจริง

หากสิ่งที่ต้องการคือผู้เข้าชม การมีส่วนร่วม Lead หรือยอดขายโดยตรง Objective อื่นอาจเหมาะกว่า Awareness

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก Objective ใด สามารถกลับไปดู วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Ads ทั้ง 6 แบบ และวิธีเลือก Objective ให้ตรงเป้าหมาย เพื่อเปรียบเทียบก่อนสร้างแคมเปญ

LET'S TALK BUSINESS

ต้องการตรวจสอบ
รายละเอียดเพิ่มเติม?

สอบถามสินค้า บริการ และเงื่อนไขกับทีมงานผ่าน LINE Official Account

LINEติดต่อทีม IB→